อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT)
อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) เป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญ และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน จากการที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อหรือติดต่อสื่อสารถึงกันได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตโฟน สมาร์ตวอทช์ รถยนต์อัจฉริยะ และอุปกรณ์อื่น ๆ โดยมีจำนวนการใช้งานอุปกรณ์ IoT ทั่วโลกหลายพันล้านอุปกรณ์
ความสำคัญของอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง
อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้น IoT เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ส่งผลให้เกิดข้อมูลที่มีปริมาณมากในแต่ละวันสะสมกันจนได้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ด้วยเหตุนี้ การดำเนินการทางธุรกิจจึงหันมาใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจและการให้บริการในด้านนั้น ๆ
โดยทั่วไป ระบบการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยใช้เทคโนโลยี IoT จำเป็นต้องมีองค์ประกอบของเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่เข้ามาสนับสนุนการติดต่อสื่อสารและการทำงานที่สัมพันธ์กันดังนี้
1. สมองกลฝังตัวและเซนเซอร์
สมองกลฝังตัวที่ประกอบด้วยเซนเซอร์ เป็นอุปกรณ์ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างโลกทางกายภาพ และโลกดิจิทัล โดยเซนเซอร์สามารถตรวจจับสิ่งที่สนใจ รวมทั้งประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบทันทีทันใด และมีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ คุณภาพอากาศ ความชื้น การเคลื่อนไหว และความเร็ว เซนเซอร์สามารถวัดสมบัติทางกายภาพและเปลี่ยนค่าที่วัดได้ให้เป็นสัญญาณที่อุปกรณ์นั้น ๆ สามารถเข้าใจได้
2. เกตเวย์และเครือข่าย
เซนเซอร์ส่วนใหญ่ต้องการเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายและเกตเวย์เพื่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ต จึงทำให้เกิดการเชื่อมต่อแบบแลน (Local Area Network: LAN) เครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) เครือข่ายโทรศัพท์ เครือข่ายส่วนบุคคล (Personal Area Network: PAN) เช่น บลูทูธ สำหรับเซนเซอร์บางตัวสามารถเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายแบบไร้สาย เรียกว่า เครือข่ายเซนเซอร์ไร้สาย (Wireless Sensor Networks: WSN) ซึ่งเซนเซอร์เหล่านี้ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานน้อยและรับส่งข้อมูลในอัตราต่ำที่เพียงพอต่อการใช้งาน ทำให้มีความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย จึงได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ (Machine-to-Machine: M2M) ผ่านเครือข่ายที่มีการใช้โพรโทคอลที่แตกต่างกัน จึงต้องมีเกตเวย์เพื่อให้อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ใช้โพรโทคอลแตกต่างกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ เนื่องจากเซนเซอร์ต่าง ๆ ผลิตข้อมูลจำนวนมหาศาล จึงต้องการเครือข่ายการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียรและทนทาน มั่นคงปลอดภัย และเพียงพอต่อการรับ-ส่งข้อมูล
3. ส่วนสนับสนุนการบริการ
ส่วนสนับสนุนการบริการ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการสนับสนุน เช่น การประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การควบคุมความปลอดภัย การบริหารจัดการการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ การควบคุมการรับ-ส่งข้อมูล และทำหน้าที่เป็นตัวกลางสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างแอปพลิเคชันกับอุปกรณ์ IoT การใช้งาน IoT นิยมใช้การประมวลผลแบบคลาวด์ ช่วยในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่
4. แอปพลิเคชัน
แอปพลิเคชันเป็นส่วนติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์กับอุปกรณ์ และทำให้เราสามารถควบคุมอุปกรณ์ IoT ได้จากระยะไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังอาจเป็นระบบที่ควบคุมอุปกรณ์ให้ทำงานสอดคล้องกันตามวัตถุประสงค์ของการทำงานแบบอัตโนมัติ
ในปัจจุบันได้มีการนำเอาอุปกรณ์ IoT มาประยุกต์เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันและปรับปรุงคุณภาพชีวิต